OOo-Calc

ผมอยากทราบว่าใน Calc ถ้าต้องการสั่งพิมพ์งานใน แต่ละ Sheet ที่มี่กระดาษไม่เหมือนกัน ต้องทำอย่างไรครับ
คำถามจาก : http://chantra.in.th/index.php?option=com_smf&Itemid=70&topic=80.0
--------------------------
ถามกันมากเหลือเกินเกี่ยวกับการพิมพ์เอกสารจากโปรแกรม Calc ในแนวตั้งและแนวนอน 
โดยที่งานอยู่ไฟล์เดียวกัน แต่คนละแผ่นงาน (Sheet)
ตัวอย่างในรูป แผ่นงาน (Sheet1) ผมเตรียมข้อมูลในแนวตั้งไว้
ตัวอย่างในรูป แผ่นงาน (Sheet2) ผมเตรียมข้อมูลในแนวนอนไว้ 
เมื่อกำหนดให้แสดงภาพก่อนพิมพ์ (Page Preview) ก็จะเห็นงานทั้งหมดเป็นแนวตั้ง ทั้ง Sheet1 
และ Sheet2
การทำให้ Sheet1 พิมพ์ในแนวตั้ง (Portrait) และ Sheet2 พิมพ์ในแนวนอน (Lanscape) 
เราะจะต้องทำการใช้เครื่องมือที่ชื่อว่า Style and Formatting เข้ามาช่วย โดยการเลือกไปที่เมนู
Format => เลือก Style and Formatting หรือกดปุ่ม F11 ก็ได้ครับ
เลือกปุ่มที่ชื่อ Page Style => กดที่ปุ่ม New Style from selection 
ในหน้าต่าง Create Style ให้กำหนดชื่อ ในที่นี้ตั้งให้เข้าใจง่าย ๆ ว่า Portrait_page
สร้าง Create Style ขึ้นมาอีกชื่อ กำหนดให้ชื่อว่า Lanscape_page
เราก็จะได้ Page Style ขึ้นมา 2 ค่า Portrait_page
และ Lanscape_page ดังรูปครับ

ขั้นตอนต่อไปก็เป็นการตั้งค่ารูปแบบต่าง ๆ ใน page style ที่ชื่อ Lanscape_page
โดยการคลิกเมาส์ขวาบนชื่อ Lanscape_page เพื่อเรียกเมนูลัด => จากนั้นให้เลือกที่คำสั่ง Modify
ในหน้าต่าง Page style:Lanscape_page ให้เริ่มทำการกำหนดรูปแบบการพิมพ์เอกสาร
เป็นแบบแนวนอน (Lanscape) โดยการเลือกแผ่นป้าย(Tab) Page => กำหนดในส่วนของคำสั่ง
Orientation ให้เป็น Lanscape (สามารถตั้งค่าอื่น ๆ ได้อีกนะครับ) => กดปุ่ม OK
ในส่วนของ Portrait_page กำหนดให้เป็น Portrait (พิมพ์ในแนวตั้ง) => กดปุ่ม OK 
จากนั้นกำหนดพื้นที่การพิมพ์ในแผนงาน 1 (Sheet1) โดยการเลือก sheet1 => เลือกคลุมพื้นที่
ที่ต้องการพิมพ์ (จะมีพื้นสีดำคลุมในพื้นที่ที่เลือก) => เลือกเมนู Format => Print Ranges => Define
หลังจากที่กำหนดพื้นที่การพิมพ์แล้ว ก็มากำหนดรูปแบบการพิมพ์โดยให้ไปคลิกสองครั้งติดๆ กัน (Double Click) 
ที่ชื่อ Page styles: Portrait_page ที่เรากำหนดไว้แล้ว (พิมพ์แนวตั้ง)
จากนั้นก็มากำหนดพื้นที่การพิมพ์ในแผ่นงานที่ 2 (Sheet2) แล้วไปคลิกสองครั้งติดๆ กัน (Double Click) 
ที่ชื่อ Page styles: Lanscape_page ที่เรากำหนดไว้แล้ว
หลังจากำหนดค่าทั้งสองแผ่นงาน (Sheet1 , Sheet2) เรียบร้อยแล้ว ก็ลองทดสอบ Print Preview (ภาพก่อนพิมพ์) 
ดูนะครับ ท่านจะเห็นเอกสารทั้งแนวตั้งและแนวนอนในไฟล์เดียวกันดังรูป
ทดลองทำดูนะครับ หากมีอะไรเพี้ยน ๆ ไปก็บอกกันจะได้แก้ไขครับทำมา 3 คืน อาจจะมีเพี้ยนๆ บ้างครับ
ไงก็ขอให้มีความสุขกับการใช้งาน OpenOffice.org นะครับ...

edit @ 2007/09/28 14:56:20

ในการบรรยายเรื่องการใช้งาน OpenOffice.org ที่ผ่านมา มีพี่แมวเคยถามปัญหาเกี่ยวกับการทำ กราฟ (Chart) บน CALC ว่าเวลาแปลงจาก Excel มาเป็น CALC แล้วมีปัญหาข้อมูลเพี้ยนไป ก็เลยขอให้พี่แมวส่งไฟล์มาให้ดู พอเปิดโดย Excel ก็จะเห็นข้อมูลกราฟ ดังรูปที่ 1 ครับ

จากนั้นลองเปิดไฟล์เดียวกันด้วย CALC ก็ได้ผลดังรูปที่ 2 ครับ

เท่าที่ดูเปรียบเทียบแล้วก็สังเกตว่าใน CALC เวลาเปิดไฟล์ของ EXCEL ก็จะกำหนดจุดเริ่มต้นจากค่า 0 แต่บน EXCEL จะเริ่มต้นที่ค่า 88.5 ดังนั้นปัญหาที่เราจะแก้ไขบน CALCก็คือกำหนดให้ เริ่มต้นที่ 88.5 ครับ

มาแก้ไขปัญหากันครับโดยการเลื่อนเมาส์ไปที่กราฟที่ต้องการแก้ไข คลิกเมาส์ซ้ายเพื่อเลือก จะเห็นกล่องสี่เหลี่ยมสีเขียว8 กล่องลักษณะนี้เป็นการเลือกเพื่อทำการปรับขนาดหรือเคลื่อนย้ายครับ ดังแสดงในรูปที่ 3

จากนั้นให้คลิกเมาส์ซ้ายติดๆ กันสองครั้ง (Double Click) บนกราฟ เพื่อเข้าไปสู่โหมดแก้ไข (Edit)ดังแสดงในรูปที่ 4
สังเกตุว่ากรอบของกราฟจะเปลี่ยนเป็นกรอบสีเทาล้อมรอบ


จากนั้นให้เลื่อนเมาส์ไปที่แกน Y จะเห็นเครื่องป้ายแสดง Y axis -> คลิกเมาส์ซ้ายติดๆ กันสองครั้ง (Double Click) บนแกน Y axis
จะเป็นการเลือกเข้าไปแก้ไขรายละเอียดของกราฟ ดังรูปที่ 5 สังเกตจะเห็นกรอบสี่เหลี่ยมสีเขียวปรากฏในกราฟ ดังนั้นท่านก็สามารถปรับขนาดของกราฟได้


ต่อมาก็ให้คลิกที่แกน
Y axis อีกครั้ง ท่านก็จะเห็นว่ามีการเลือกที่แกน Y ดังรูปที่ 6 จะสังเกตว่าจะมีกล่องสี่เหลี่ยมสีฟ้าไปปรากฏบนแกน Y


คลิกเมาส์ขวาบนแกน Y เพื่อเรียกเมนูคำสั่ง => เลือกคำสั่ง Object Properties...ดังรูปที่ 7


จากนั้นในหน้าต่างของการกำหนดค่าในแกน Y (Y Axis) ให้เลือกที่แท็บ Scale => ทำการปรับค่าต่างๆ ดังรูปที่ 8 โดยที่ Minimum: เป็นการกำหนดค่าต่ำสุดที่จะให้เริ่มแสดงผล ในที่นี้กำหนดให้เริ่มที่ 88.5 ครับ, Maximum: เป็นการกำหนดค่าสูงสุดที่จะแสดงผล , Major interval: คือการกำหนดให้แสดงผลในค่าหลักครั้งละกี่หน่วย , Minor interval: คือการกำหนดให้แสดงผลในค่าละเอียดครั้งละกี่หน่วย , Axis at: ก็ให้ใส่ค่าเหมือนกับ Minimum: จากนั้นกดปุ่ม OK


เราก็ได้กราฟที่มีตำแหน่งเริ่มจากค่าที่กำหนด
(88.5 93) ได้แล้วครับดังรูปที่ 9


แต่ติดปัญหาทำไมค่าด้านล่างถึงมีคำว่า ROW มาดูในข้อมูลกันก่อนว่ามีการกำหนดไว้อย่างไร โดยการคลิกบนเซลว่าง ๆ เพื่อออกจากโหมดแก้ไขก่อน => จากนั้นก็มาคลิกเมาส์ให้เป็นการเลือกกราฟ (มีกล่องสีเขียว 8 กล่อง) => วางเมาส์บนกราฟ คลิกเมาส์ขวาเพื่อเรียกเมนูคำสั่งลัด => เลือกคำสั่ง Modify Data Range... ดังแสดงในรูปที่ 10

เราจะเห็นว่ากลุ่มของข้อมูล (Range) กำหนดเป็น $AF$7:$AG$38 ซึ่งไม่รวมคอลัมน์วันที่ (คอลัมน์ AE)ไปด้วย ดังแสดงในรูปที่ 11 ที่ถูกต้องจะควรจะเป็น $AE$7:$AG$38


ให้ทำการเปลี่ยนค่าของกลุ่มข้อมูลให้ถูกต้อง และทำการกำหนดให้ คอลัมน์แรกเป็นป้ายชื่อด้วย (First column as label) => กดปุ่ม Create ดังแสดงในรูปที่ 12


ผลที่ได้ก็จะได้วันที่แสดงในรายการด้านล่างดังรูปที่ 13


แต่ก็ยังเห็นปัญหาว่าการแสดงวันที่ ยังไม่ดีนัก เรามาปรับอีกซักหน่อยดีกว่าครับ โดยการเข้าไปเลือกแก้ไขกราฟที่แกน X จากนั้นคลิกเมาส์ขวาเพื่อเรียกเมนูคำสั่ง => เลือกคำสั่ง Object Properties ดังรูปที่ 14


ปรับแต่งค่าในแกน
X โดยเลือกที่แท็บ Label ในส่วนของ Order ให้เลือกเป็น Automatic => ในส่วนของ Text flow ไม่ต้องเลือก => เลือกปุ่ม OK ดังรูปที่ 15


ผลที่ได้ดังรูปที่ 16 ไกล้เคียงความจริงแล้วครับ แต่ทำให้เหลือค่าแถวเดียวแบบของ Excelยังไม่เป็นครับ ถ้าจำให้เหลือแถวเดียวแบบของ Calc ผมว่าใช้แบบนี้สวยกว่าครับ


ยินดีต้อนรับเข้าสู่โลกแห่ง OpenSource ด้วย OpenOffice.org



edit @ 2007/09/01 15:18:07
edit @ 2007/09/02 21:12:53

วันก่อนไปอ่าน Comment ในเว็บ http://bigtui.exteen.com/20070329/condition-formatting-calc มีคำถามว่า "ขอวิธีใช้สูตร DSUM ค่ะ" ไม่อยากเดาเลยว่าเป็นสุภาพสตรี

ตามปกติแล้วผมใช้งาน Calc หรือตารางคำนวนก็แค่เก็บข้อมูล มีหาผลคำนวนนิดหน่อย สูตรยาก ๆ หรือลึก ๆ ก็ไม่ค่อยได้ใช้ มีคำถามมาก็ดีมากครับ จะได้ใช้หม๋อง หน่อย... :lol:

ก่อนมาตอบต้องมีคนคิดในใจว่าจะถามแน่เลยว่าอีตานี่ไปหาคำตอบมาจากไหน....ก็เหมือนที่เคยบอกหลายท่านไปแล้วว่าไม่มีใครเก่งกว่าใครหรอกครับ ทุกอย่างมีคนรู้ก่อนเราเสมอเพียงแต่ว่าเขาจะถ่ายทอดมาให้เราหรือไม่...โชคดีครับ OpenOffice ไม่เคยทิ้งกันอยู่แล้ว... เปิดโปรแกรม OpenOffice.org Calc ขึ้นมา เห็นเมนูคำสั่ง Help เลือกเลยครับ เลือกไปที่คำสั่ง OpenOffice.org Help หรือกดปุ่ม F1 เมื่อเปิดหน้าต่าง Help มาแล้วให้เลือกที่แท็บ Index ในช่อง Search term พิมพ์คำว่า DSUM Function จะเห็นรายการที่ค้นหาปรากฏขึ้นมา-> จากนั้นก็ให้ Double Click ที่คำสั่ง DSUM Function ท่านก็จะเห็นคำอธิบายเป็นภาษาปะกิต มาให้อ่านครับ

DSUM
DSUM returns the total of all cells in a database field in all rows (records) that match the specified search criteria.
The search supports regular expressions. You can enter "all.*", for example to find the first location of "all" followed by any characters. If you want to search for a text that is also a regular expression, you must precede every character with a \ character. You can switch the automatic evaluation of regular expression on and off in Tools - Options - OpenOffice.org Calc - Calculate.

Syntax
DSUM(Database; Database Field; Search Criteria)
To reference a column by means of the column header name, place quotation marks around the header name.

Example
To find the length of the combined distance to school of all children at Joe's birthday party (scroll up, please) who are in second grade, enter the following formula in B16:
=DSUM(A1:E10;"Distance to School";A13:E14)
Enter "2" in row 14 under "Grade". The sum (1950) of the distances to school of all the children who are in second grade is displayed.

เมื่ออ่านเล้วกระผมพอจะเดา ๆ เอาดังนี้ (ผิดไงก็บอกกันได้นะครับ ภาษาอังกฤษไม่ค่อยแข็ง...แรง :oops: )

คำสั่ง DSUM : จะทำการหาผลรวมในทุก ๆ เซลของแถวทั้งหมด ในแต่ละคอลลัมน์ที่มีเงื่อนไขตามที่ได้กำหนดไว้

รูปแบบของคำสั่ง
ถ้าเป็นฐานข้อมูลจะใช้
DSUM(Database; Database Field; Search Criteria)

ถ้าเป็นใน Calc จะใช้
DSUM(Datarange; Column; Search Criteria)

ในการอ้างอิงค่าในคอลัมน์ ถ้าใช้ชื่อของหัวคอลัมน์ (Column header name) อ้างอิงต้องใส่เครื่องหมาย ฟันหนู (double quotation marks) คร่อมชื่อหัวคอลัมน์

ตัวอย่าง ใครดูจาก Help ตารางตัวอย่างข้อมูลอยู่ด้านบนนะครับ เดี๋ยวจะงงแบบผมตอนแรก
เริ่มต้นจากข้อมูลที่มีอยู่ดังรูป

จากนั้นใส่สูตร =DSUM(A1:E10;"Distance to School";A13:E14) ลงไปในเซล B16:

จากสูตรและข้อมูล ในตารางในรูปด้านบน เงื่อนไขที่กำหนด (A13:E14) มีเฉพาะในคอลัมน์ Distance to School เขียนไว้ >600 หมายความว่าเขาต้องการให้หาค่าระยะทางรวมของคนที่มีระยะทางมากกว่า 600 เพียงเงื่อนไขเดียวถึงแม้จะมีการกำหนดย่านของเงื่อนไขตั้งแต่ A13 ถึง E14 ก็ตาม เราก็จะได้ผลรวมของระยะทางเท่ากับ 5050

ทีนี้มาลองลบข้อมูลในส่วนของเงื่อนไข (Search Criteria) ออกเราก็จะได้ผลของระยะทางเหมือนกับผลรวมระยะทางทั้งหมด เพราะไม่มีเงื่อนไขนั้นเอง ผลรวมของระยะทางเท่ากับ 6000

ทีนี้มาลองใส่ข้อมูลในส่วนของเงื่อนไข (Search Criteria) ใหม่ โดยพิมพ์เลข 2 ในเซล B14 ใต้ Grade เราก็จะได้ผลรวมของระยะทางเท่ากับ 1950

หวังว่าคงจะไม่งง นะครับ เพราะผมงงไปแล้ว 55555 :)

อีกอย่างเอาไปใช้กับงานอะไรบ้าง ใครถามหรือใครรู้ตอบด้วย เพราะผมไม่เคยเอาไปใช้งานซักที ฮิ ๆ มีความสุขกับ OpenOffice.org นะครับ..... :)

ปล. เฉลย คนถามน่าจะเป็นสุภาพบุรุษ (ขออภัย PLIN ที่ไปเสาะหาข้อมูลของท่านมา ผมตั้งใจจะส่ง PM รายงานให้ท่านทราบ แต่ไม่รู้จะบอกได้ไง...??) ท่านคงกังวลว่าถ้าเป็นผู้ชายถามผมคงจะไม่ตอบ ไม่ต้องกังวลครับ ชายหรือหญิง หากผมช่วยได้ยินดีเสมอครับ อยู่บนพื้นฐานของคนที่เกิดบนผืนแผ่นดินไทยต้งช่วยกันครับ ....
edit @ 2007/08/20 22:36:58
edit @ 2007/08/20 22:50:04
วันนี้ (11 ก.ค. 2550)เวลา 14.30 น.
ลางานอยู่บ้าน อาจารย์สุพัตร์ คนงามเมือง(ไม่ใช่นามสกุลของเธอนะครับแต่หมายถึงคนสวยแบบคนกรุงนะครับ) โทรมาตอนประมาณ 14.30 น.
"กรี๊ง....กรี๊ง...." เสียงโทรศัพท์มือถือที่ตั้งเสียงเวลามีสายเข้าให้เป็นโทรศัพท์โบราณดังขึ้นมา (กลัวไม่รู้ว่ามีมือถือ)
"พี่ตุ้ย..."พร้อมเสียงหายใจดัง ๆ ...
"มีอารายครับจานพัตร์คนสวย" ทักทายประสาคนรู้ใจ เอ๊ย... คนรู้จักกันดี
"วันก่อนที่พัตร์เคยถามพี่ว่าเวลาใช้ฟังก์ชั่น BAHTTEXT ถ้าต้องการใส่เครื่องหมายชาร์พ (#)ที่หน้าตัวอักษรกับตอนท้ายต้องทำไง..."
(BAHTTEXT เป็นฟังก์ชั่นสำหรับแปลงตัวเลขให้เป็นอักษรในหน่วยของเงินสกุลบาท)
"ไม่ยากเลยน้องเอ๋ย เพียงแต่ใส่เครื่องหมาย "" (Double Quot) หรือที่เรียกว่าฟันหนู นั่นแหละ"
"โดยใส่ไว้ด้านหน้าคำสั่ง bahttext จากนั้นตามด้วยเครื่องหมาย & (and) เพื่อใช้เชื่อมคำสั่ง"
"เดี๋ยวพี่จะส่งรูปตัวอย่างไปให้ดูนะ"
"
รอไปห้านาที "กรี๊ง....กรี๊ง....หวัดดีพี่ตุ้ย..." เสียงคนสวยคนเดิมจำได้สนิทใจ
"เป็นไงบ้างทำได้ป่าว" ถามนำไปก่อนเลย
"ใช้ได้แล้วพี่...ขอบคุณมาก...ไปสอนก่อนละนะ..บ่าย.." สงสัยหมดเวลาเบรคพอดี...
เฮ้อน้องเราคนนี้ขยันจริง ๆ ....เป็นกำลังใจให้ก็แล้วกัน...

edit @ 2007/07/18 13:01:35

วันนี้ (24 พ.ค. 50) นั่งเป็นวิทยากรผู้ช่วยให้กับน้องพัตร์ บรรยายในวิชา OpenOffice.org Calcพอถึงตอนที่แนะนำเรื่องการสร้าง Chart (กราฟ) ทุกอย่างก็ไปด้วยดี

แต่...มีพี่ชนินทร์ สอบถามมาว่าหากไม่ต้องการให้แสดงในส่วนของรายการ พัดลม ได้หรือไม่ .....

คำถามไม่ยาก แต่ไม่เคยทำ ส่งผลให้วิทยากรหลัก งง..... ติดไว้ก่อนนะค๊ะ...เดี๋ยวเราจะหาวิธีมาให้เสียงน้องพัตร์ (คนสวย) พูดออกไปด้วเสียงหวาน...เจี๊ยบ.....

เราเป็นผู้ช่วยอยู่ด้านหลังว่าง ๆ เลยหาวิธีซะ... ได้ผลแฮะ....มาดูวิธีการกันดีกว่า...

เริ่มต้นด้วยการเลื่อกที่ Chart (คลิกเดียวนะครับ) จะเห็นเป็นกล่องสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ สีเขียว 8 กล่องจากนั้นก็ทำการคลิกเมาส์ขวาเพื่อเรียกคำสั่งลัด (Short cut menu) ให้เลือกคำสั่ง Modify Data Range...

จากนั้นเราก็ทำการเลือก

ผลที่ได้ก็คือไม่มี Bar chart ในส่วนของ พัดลม แสดงใน Chart

จบแล้วครับ OpenOffice.org ไม่ยากอย่างที่คิด หากคิดไม่ออกถามเราครับ

EGAT MaeMoh Opensource Team


edit @ 2007/05/24 13:10:51


ศรีเดช ปัญจขันธ์
View full profile